ทนายคดีภาษีอากร | ปรึกษาทนายภาษี อุทธรณ์ภาษี และต่อสู้คดีภาษีอากร
ทนายคดีภาษีอากร | ปรึกษาทนายภาษี อุทธรณ์ภาษี และต่อสู้คดีภาษีอากร
บริการทนายความคดีภาษีอากร สำหรับบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบธุรกิจ บริษัท และนิติบุคคลที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีอากร
เมื่อผู้เสียภาษีได้รับหนังสือเรียกจากกรมสรรพากร ถูกตรวจสอบบัญชี ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง ถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หรือถูกกล่าวหาว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีอากร การดำเนินการทางกฎหมายอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง
NS International Law ให้บริการปรึกษากฎหมายภาษีอากร วิเคราะห์ข้อพิพาทภาษี ตรวจสอบข้อกฎหมายและพยานหลักฐาน จัดทำคำอุทธรณ์การประเมินภาษี และดำเนินคดีเกี่ยวกับภาษีอากรตามขอบเขตของกฎหมาย
ทนายคดีภาษีอากรช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
คดีภาษีอากรไม่ได้จำกัดเพียงการไม่ยื่นแบบหรือชำระภาษีไม่ครบถ้วน แต่ยังรวมถึงข้อพิพาทในการคำนวณรายได้ การหักค่าใช้จ่าย การใช้สิทธิลดหย่อน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตลอดจนข้อกล่าวหาทางอาญาเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษี
การให้ทนายความตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจะช่วยให้ผู้เสียภาษีทราบถึงสิทธิ หน้าที่ ความเสี่ยง และทางเลือกในการดำเนินการ
1. ทนายอุทธรณ์การประเมินภาษี
กรณีเจ้าพนักงานประเมินภาษีเพิ่มจากที่ผู้เสียภาษีได้ยื่นไว้ หรือประเมินภาษีจากข้อมูลที่ผู้เสียภาษีเห็นว่าไม่ถูกต้อง ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
บริการทางกฎหมายประกอบด้วย
-
ตรวจสอบหนังสือแจ้งการประเมินภาษี
-
วิเคราะห์ฐานภาษี รายได้ และค่าใช้จ่ายที่ถูกประเมิน
-
ตรวจสอบการคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
-
จัดทำคำอุทธรณ์พร้อมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
-
รวบรวมเอกสารบัญชีและหลักฐานประกอบการอุทธรณ์
-
ให้คำปรึกษาเรื่องการขอทุเลาการชำระภาษี
-
พิจารณาแนวทางฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากร
ข้อควรระวัง: การอุทธรณ์การประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากรโดยทั่วไปต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้พ้นกำหนดเวลา
2. ทนายคดีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามักเกิดจากการคำนวณเงินได้พึงประเมิน การหักค่าใช้จ่าย การใช้สิทธิลดหย่อน หรือการไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี
ตัวอย่างปัญหาที่อาจต้องปรึกษาทนายความ ได้แก่
-
ถูกประเมินภาษีจากเงินโอนเข้าบัญชีธนาคาร
-
ถูกตรวจสอบรายได้ย้อนหลังหลายปี
-
มีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร
-
สรรพากรไม่ยอมรับค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนบางรายการ
-
ถูกกล่าวหาว่าแจ้งรายได้ไม่ครบถ้วน
-
มีภาษีค้างชำระและถูกดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษี
การมีเงินเข้าบัญชีธนาคารไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเงินทุกรายการเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีเสมอไป ต้องพิจารณาแหล่งที่มาและลักษณะของเงินตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
3. ทนายคดีภาษีบริษัทและนิติบุคคล
ข้อพิพาทภาษีเงินได้นิติบุคคลอาจเกิดจากการบันทึกรายได้ การรับรู้ค่าใช้จ่าย การหักรายจ่ายต้องห้าม การตั้งราคาซื้อขายระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือความแตกต่างระหว่างหลักบัญชีกับหลักภาษีอากร
ทนายความสามารถช่วยตรวจสอบประเด็นข้อกฎหมายและจัดเตรียมแนวทางโต้แย้งการประเมิน รวมถึงประสานการทำงานกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
4. ทนายคดีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ปัญหาภาษีมูลค่าเพิ่มที่พบได้ เช่น
-
ถูกประเมินภาษีขายเพิ่มเติม
-
ไม่ได้รับสิทธินำภาษีซื้อมาหัก
-
ใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง
-
ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับใบกำกับภาษีปลอม
-
ถูกตรวจสอบการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
-
ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย
แต่ละกรณีต้องแยกการพิจารณาระหว่างความรับผิดในการชำระภาษีกับความผิดทางอาญา เนื่องจากองค์ประกอบความรับผิดแตกต่างกัน
5. ทนายคดีภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่หักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย อาจมีความรับผิดหากไม่หักภาษี หักไม่ครบ หรือนำส่งไม่ถูกต้อง
การตรวจสอบต้องพิจารณาประเภทเงินได้ สถานะผู้รับเงิน อัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง และหลักฐานการจ่ายเงิน
6. ทนายคดีอาญาภาษีอากร
คดีอาญาภาษีอากรอาจเกิดขึ้นเมื่อมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแจ้งข้อความเท็จ การใช้หลักฐานเท็จ การปกปิดรายได้ หรือการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีตามบทบัญญัติที่กำหนดความผิด
การต่อสู้คดีอาญาต้องพิจารณาทั้งพฤติการณ์แห่งคดี องค์ประกอบความผิด เจตนา ความถูกต้องของเอกสาร และความชอบด้วยกฎหมายของพยานหลักฐาน
การเสียภาษีไม่ครบหรือการถูกประเมินภาษีเพิ่มเติม ไม่ได้ทำให้เป็นผู้กระทำความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบว่าการกระทำนั้นครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายอาญาภาษีที่กล่าวหาหรือไม่
คดีภาษีอากรทางแพ่งและทางอาญาต่างกันอย่างไร?
ความรับผิดทางภาษีและการเรียกเก็บหนี้ภาษี
เป็นกรณีเกี่ยวกับหน้าที่ชำระภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับคำสั่งประเมินภาษี ผู้เสียภาษีอาจต้องชำระเงินตามกฎหมาย แม้ไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี
ความรับผิดทางอาญาภาษีอากร
เป็นกรณีที่มีการกระทำครบองค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติที่กำหนดโทษอาญา เช่น การแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องพิจารณาเจตนาและองค์ประกอบเฉพาะของฐานความผิดด้วย
การกระทำหนึ่งอาจก่อให้เกิดทั้งหนี้ภาษีและความรับผิดทางอาญาได้ แต่ต้องพิจารณาแต่ละส่วนแยกจากกัน
ถูกสรรพากรประเมินภาษีย้อนหลัง ควรทำอย่างไร?
เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษี ผู้เสียภาษีควรดำเนินการดังต่อไปนี้
-
ตรวจสอบวันที่ได้รับหนังสือและกำหนดเวลาตามกฎหมาย
-
ตรวจสอบประเภทภาษี ปีภาษี และจำนวนเงินที่ถูกประเมิน
-
รวบรวมแบบแสดงรายการภาษี รายงานบัญชี ใบเสร็จ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
-
ตรวจสอบว่าการประเมินมีข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายหรือไม่
-
ปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาการยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนด
-
ประเมินภาระการชำระภาษีและความเหมาะสมในการขอทุเลาการชำระ
-
หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้พิจารณาการฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากร
การใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้หน้าที่ชำระภาษีตามการประเมินหยุดลงโดยอัตโนมัติ จึงควรพิจารณาเรื่องการขอทุเลาการชำระควบคู่กันด้วย
ขั้นตอนการดำเนินคดีภาษีอากร
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารภาษี
ทนายความตรวจสอบข้อพิพาท เอกสารที่เกี่ยวข้อง และกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ เพื่อประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย
ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อกฎหมายและแนวทางต่อสู้
พิจารณาประมวลรัษฎากร กฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง คำวินิจฉัย และแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับลักษณะข้อพิพาท
ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการอุทธรณ์หรือยื่นคำร้อง
จัดทำคำอุทธรณ์ คำชี้แจง หรือคำร้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด พร้อมจัดเตรียมพยานหลักฐานสนับสนุน
ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินคดีในศาล
กรณีมีข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการศาล ทนายความอาจดำเนินการจัดทำคำฟ้อง คำให้การ คำร้อง และนำสืบพยานหลักฐาน รวมถึงดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
กฎหมายสำคัญเกี่ยวกับคดีภาษีอากร
กฎหมายที่อาจเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทภาษีอากร ได้แก่
-
ประมวลรัษฎากร
-
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร
-
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
-
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
-
กฎหมายศุลกากรและภาษีสรรพสามิตในกรณีที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กฎหมายว่าด้วยศาลภาษีอากรมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาเกี่ยวกับภาษีอากรบางประเภทด้วย จึงต้องตรวจสอบเขตอำนาจศาลและบทเฉพาะกาลในแต่ละคดี
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนปรึกษาทนายคดีภาษีอากร
-
หนังสือแจ้งการประเมินภาษีหรือหนังสือเรียกจากเจ้าหน้าที่
-
แบบแสดงรายการภาษีที่เคยยื่น
-
งบการเงิน รายงานบัญชี และเอกสารรายได้
-
ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
-
หนังสือโต้ตอบกับกรมสรรพากร
-
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเคยอุทธรณ์แล้ว
-
หมายเรียกหรือเอกสารเกี่ยวกับคดีอาญา หากมี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทนายคดีภาษีอากร (FAQ)
Q1: ถูกสรรพากรประเมินภาษีย้อนหลัง สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?
สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย โดยกรณีการประเมินตามประมวลรัษฎากรโดยทั่วไปต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน
Q2: ไม่ยื่นภาษีถือเป็นคดีอาญาทุกกรณีหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกกรณี ต้องพิจารณาว่ามีบทบัญญัติกำหนดให้การไม่ยื่นแบบในกรณีนั้นเป็นความผิดหรือไม่ รวมถึงองค์ประกอบของฐานความผิดและเหตุยกเว้นตามกฎหมาย
Q3: ถูกประเมินภาษีเพิ่มต้องจ่ายทันทีหรือไม่?
ต้องตรวจสอบกำหนดเวลาชำระตามหนังสือแจ้งการประเมิน การยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ทุเลาการชำระภาษีโดยอัตโนมัติ แต่ในบางกรณีอาจยื่นคำร้องขอทุเลาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
Q4: ถ้าอุทธรณ์ภาษีไม่สำเร็จ ฟ้องศาลได้หรือไม่?
หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย โดยทั่วไปกรณีตามประมวลรัษฎากรคือ 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
Q5: คดีภาษีอากรต้องใช้ทนายความหรือไม่?
ผู้เสียภาษีควรพิจารณาขอคำปรึกษาจากทนายความ โดยเฉพาะกรณีภาษีจำนวนมาก ข้อพิพาทที่มีความซับซ้อน หรือกรณีมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา
Q6: บริษัทถูกกล่าวหาใช้ใบกำกับภาษีปลอมควรทำอย่างไร?
ควรรวบรวมเอกสารการซื้อขาย หลักฐานการรับสินค้า การชำระเงิน และข้อมูลคู่ค้า เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกรรมและความรับผิดตามกฎหมายทั้งทางภาษีและทางอาญา
ปรึกษาทนายคดีภาษีอากร – NS International Law
หากท่านกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการประเมินภาษี การตรวจสอบภาษี การถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง หรือข้อกล่าวหาทางอาญาภาษีอากร สามารถติดต่อสำนักงานเพื่อแจ้งรายละเอียดเบื้องต้นและนัดหมายปรึกษาทนายความได้
NS International Law – บริการทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย
โทรศัพท์มือถือ: 083-884-3287
โทรศัพท์สำนักงาน: 02-416-4163
LINE: narongsaklaw30
โปรดแจ้งประเภทภาษี จำนวนภาษีที่พิพาท และกำหนดเวลาตามหนังสือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สำนักงานประเมินลักษณะงานและแจ้งแนวทางการนัดหมายได้เหมาะสม
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทางกฎหมายทั่วไป การประเมินสิทธิและการดำเนินคดีต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่ใช้บังคับในแต่ละกรณี