ทนายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ทนายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปรึกษาทนายเมื่อถูกตรวจสอบหรือประเมินภาษีย้อนหลัง

ถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษี? ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีย้อนหลัง? ต้องเสียภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจำนวนมาก?

ปัญหาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ผู้รับเหมา นายหน้า แพทย์ ทนายความ ที่ปรึกษา นักลงทุน และบุคคลที่มีรายได้หลายช่องทาง

เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบพบความแตกต่างระหว่างรายได้ที่ได้รับกับรายได้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ผู้เสียภาษีอาจถูกเรียกให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสารเพิ่มเติม หรือถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

อย่างไรก็ตาม การถูกตรวจสอบหรือได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษี ไม่ได้หมายความว่าการประเมินนั้นถูกต้องในทุกกรณี ผู้เสียภาษีมีสิทธิโต้แย้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงใช้สิทธิอุทธรณ์ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

สำนักงานทนายความให้บริการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ข้อกฎหมาย ตรวจสอบการประเมินภาษี จัดทำคำชี้แจงและคำอุทธรณ์ ตลอดจนดำเนินคดีภาษีอากรตามขอบเขตการว่าจ้าง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่จัดเก็บจากเงินได้ของบุคคลธรรมดาและผู้มีหน้าที่เสียภาษีประเภทอื่นตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

เงินได้พึงประเมินแบ่งออกเป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่

  1. มาตรา 40(1) เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และเงินได้จากการจ้างแรงงาน

  2. มาตรา 40(2) ค่าจ้างทำของ ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานตามลักษณะที่กฎหมายกำหนด

  3. มาตรา 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าสิทธิ และเงินได้บางประเภท

  4. มาตรา 40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินได้จากการลงทุนบางประเภท

  5. มาตรา 40(5) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินและรายการอื่นตามกฎหมาย

  6. มาตรา 40(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม และวิชาชีพที่กฎหมายระบุ

  7. มาตรา 40(7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ

  8. มาตรา 40(8) เงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และกิจการอื่นที่ไม่อยู่ในประเภทก่อนหน้า

การจำแนกประเภทเงินได้มีความสำคัญ เพราะส่งผลต่อวิธีหักค่าใช้จ่าย การคำนวณภาษี และสิทธิของผู้เสียภาษี

ปัญหาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ควรปรึกษาทนายความ

1. ถูกกรมสรรพากรตรวจสอบบัญชีธนาคาร

ผู้เสียภาษีบางรายได้รับหนังสือเรียกให้ชี้แจงรายการเงินเข้าบัญชีธนาคาร เนื่องจากยอดเงินฝากหรือธุรกรรมมีความแตกต่างจากรายได้ที่แจ้งไว้

ประเด็นสำคัญคือ เงินเข้าบัญชีทุกจำนวนไม่ได้เป็นเงินได้พึงประเมินเสมอไป เช่น เงินโอนระหว่างบัญชีของตนเอง เงินกู้ยืมที่มีหลักฐาน เงินรับฝาก หรือเงินคืนต้นทุน ซึ่งต้องพิจารณาลักษณะธุรกรรมและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

ทนายความสามารถช่วยตรวจสอบรายการเดินบัญชี สัญญา หลักฐานการโอนเงิน และข้อเท็จจริง เพื่อจัดทำคำชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่

2. ถูกประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลัง

การประเมินย้อนหลังอาจเกิดจากการไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี การแจ้งรายได้ไม่ครบถ้วน การหักค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้อง หรือการใช้สิทธิลดหย่อนที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมาย

ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบว่าเจ้าพนักงานประเมินใช้อำนาจตามกฎหมายถูกต้องหรือไม่ คำนวณเงินได้และค่าใช้จ่ายอย่างไร และมีหลักฐานเพียงพอรองรับการประเมินหรือไม่

3. สรรพากรไม่ยอมรับค่าใช้จ่าย

ข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่ายมักเกิดกับผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของกิจการ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าจ้างพนักงาน ค่าเดินทาง ค่าวัสดุ หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

การพิจารณาต้องแยกประเภทเงินได้ก่อนว่าใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้หรือไม่ หรือมีสิทธิหักตามความจำเป็นและสมควรโดยต้องพิสูจน์ค่าใช้จ่ายจริง

หากเจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับค่าใช้จ่าย ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิโต้แย้งโดยใช้ใบเสร็จ สัญญา รายการโอนเงิน และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

4. ถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษี

เมื่อมีการเสียภาษีไม่ครบถ้วนหรือชำระล่าช้า ผู้เสียภาษีอาจมีภาระภาษีเพิ่มเติม รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามบทบัญญัติที่ใช้บังคับ

ควรตรวจสอบฐานการคำนวณ อัตราที่ใช้ ระยะเวลา และสิทธิในการขอลดหรืองดเบี้ยปรับตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยการลดหรืองดไม่ใช่สิทธิที่จะได้รับโดยอัตโนมัติ

5. ยื่นภาษีผิดประเภทหรือหักค่าใช้จ่ายผิด

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระได้รับเงินหลายลักษณะ แต่ยื่นแบบโดยรวมเงินได้ทุกประเภทเข้าด้วยกัน หรือใช้การหักค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้อง

การวิเคราะห์สัญญาจ้าง ขอบเขตงาน ลักษณะรายได้ และข้อกฎหมาย สามารถช่วยกำหนดแนวทางแก้ไขข้อผิดพลาดได้

6. ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงภาษี

ควรแยกการคำนวณภาษีผิดพลาดหรือการมีหนี้ภาษีออกจากพฤติการณ์ที่อาจเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลรัษฎากร

ความรับผิดทางอาญาต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดและเจตนาตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ข้อพิพาทภาษีทุกกรณีจะเป็นคดีอาญา

ได้รับหนังสือเรียกจากสรรพากร ต้องทำอย่างไร?

หากได้รับหนังสือเรียกให้ชี้แจงข้อมูลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ควรดำเนินการดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าเป็นหนังสือเรียกเอกสาร หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ หรือหนังสือแจ้งการประเมินภาษี เนื่องจากมีผลทางกฎหมายต่างกัน

  2. ตรวจสอบปีภาษีและรายการเงินได้ที่เจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบ

  3. รวบรวมแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย รายการเดินบัญชี และเอกสารแสดงที่มาของรายได้

  4. ตรวจสอบประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่าย และสิทธิลดหย่อนที่ใช้

  5. จัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงให้ตรงกับเอกสารและกฎหมาย

  6. หากพบว่ามีข้อโต้แย้งสำคัญ ควรให้ทนายความตรวจสอบก่อนลงนามในเอกสารหรือคำชี้แจงที่มีผลผูกพัน

ผู้เสียภาษีไม่ควรเพิกเฉยต่อหนังสือเรียกหรือปล่อยให้กำหนดเวลาตามกฎหมายสิ้นสุดลง

การอุทธรณ์การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ประมวลรัษฎากร มาตรา 30 กำหนดหลักเกณฑ์การอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยทั่วไปผู้เสียภาษีที่ไม่เห็นด้วยกับหนังสือแจ้งการประเมินมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน

ประเด็นที่อาจใช้ประกอบคำอุทธรณ์ เช่น

  • เจ้าพนักงานประเมินจำนวนเงินได้สูงกว่ารายได้จริง

  • นำรายการเงินที่ไม่ใช่เงินได้พึงประเมินมารวมคำนวณ

  • จำแนกประเภทเงินได้ไม่ถูกต้อง

  • ไม่ยอมรับค่าใช้จ่ายที่มีหลักฐานตามกฎหมาย

  • คำนวณภาษี เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มคลาดเคลื่อน

  • มีข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจประเมินหรือขั้นตอนตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การยื่นอุทธรณ์ ไม่ได้ทำให้การชำระภาษีถูกทุเลาโดยอัตโนมัติ หากต้องการทุเลาการชำระภาษีต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรได้หรือไม่?

หากผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยทั่วไปสามารถยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

การดำเนินคดีอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นการตีความเงินได้พึงประเมิน การหักค่าใช้จ่าย ภาระการพิสูจน์ การประเมินภาษี และความชอบด้วยกฎหมายของคำวินิจฉัยอุทธรณ์

ทนายความจะต้องวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ระยะเวลาการใช้สิทธิ และเอกสารหลักฐานก่อนพิจารณาแนวทางฟ้องคดี

บริการทนายความด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สำนักงานทนายความให้บริการทางกฎหมายตามลักษณะข้อพิพาท ได้แก่

  • ให้คำปรึกษากฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • ตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือแจ้งการประเมินภาษี

  • วิเคราะห์การจำแนกประเภทเงินได้และข้อโต้แย้งเรื่องค่าใช้จ่าย

  • จัดทำคำชี้แจงและเตรียมเอกสารประกอบการตรวจสอบ

  • จัดทำคำอุทธรณ์การประเมินภาษี

  • ให้คำปรึกษาเรื่องเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

  • ดำเนินคดีต่อศาลภาษีอากร

  • วิเคราะห์ความเสี่ยงความรับผิดทางแพ่งและทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับภาษี

ค่าปรึกษาทนายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การให้คำปรึกษาเบื้องต้นทางโทรศัพท์มีค่าบริการ 500–1,000 บาท

การนัดหมายปรึกษาที่สำนักงานหรือนอกสถานที่มีค่าบริการ 3,000–5,000 บาท

ค่าดำเนินการจัดทำคำอุทธรณ์หรือว่าความเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก โดยพิจารณาจากความซับซ้อนของข้อพิพาทและขอบเขตงาน

กรุณานัดหมายล่วงหน้าและเตรียมหนังสือจากกรมสรรพากรเพื่อให้ทนายความตรวจสอบประเด็นสำคัญของคดี

คำถามที่พบบ่อย 

Q1: ถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบ ต้องจ้างทนายหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องจ้างทนายในทุกกรณี แต่หากมีรายได้หลายประเภท มีประเด็นโต้แย้งทางกฎหมาย หรืออาจถูกประเมินภาษีจำนวนมาก การปรึกษาทนายความก่อนชี้แจงอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน

Q2: เงินเข้าบัญชีธนาคารทุกยอดต้องเสียภาษีหรือไม่?

ไม่เสมอไป ต้องตรวจสอบที่มาและลักษณะของเงิน หากเป็นเงินกู้ เงินโอนระหว่างบัญชี หรือเงินรับฝากที่มีหลักฐาน อาจไม่ใช่เงินได้พึงประเมินของผู้รับเงิน แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายรายการ

Q3: ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ทั้งนี้ต้องตรวจสอบประเภทหนังสือและเงื่อนไขทางกฎหมายที่ใช้บังคับ

Q4: อุทธรณ์ภาษีแล้วต้องชำระภาษีก่อนหรือไม่?

การอุทธรณ์ไม่ได้ทุเลาการชำระภาษีโดยอัตโนมัติ ผู้เสียภาษีต้องพิจารณากำหนดเวลาชำระภาษีและการขอทุเลาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

Q5: ยื่นภาษีผิด สามารถแก้ไขได้หรือไม่?

อาจดำเนินการยื่นเพิ่มเติมหรือแก้ไขได้ตามขั้นตอนและข้อเท็จจริง แต่หากมีการตรวจสอบหรือประเมินภาษีแล้ว ต้องพิจารณาสถานะของเรื่องและผลทางกฎหมายก่อนดำเนินการ

Q6: ไม่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีโทษอาญาหรือไม่?

การไม่ยื่นแบบอาจมีความรับผิดตามที่กฎหมายกำหนด และบางพฤติการณ์อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา ต้องพิจารณาบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องและองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี

Q7: ทนายความสามารถช่วยลดภาษีย้อนหลังได้หรือไม่?

ทนายความสามารถตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการประเมินและดำเนินการโต้แย้งตามสิทธิ แต่ไม่สามารถรับประกันผลว่าจะมีการลดภาษี เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่ม

ปรึกษาทนายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หากได้รับหนังสือเรียกตรวจสอบภาษี ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถติดต่อสำนักงานทนายความเพื่อนัดหมายปรึกษาและตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น

โทรมือถือ: 083-884-3287

โทรสำนักงาน: 02-416-4163

LINE: narongsaklaw30

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไป การใช้สิทธิอุทธรณ์และดำเนินคดีต้องพิจารณาเอกสารและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

Visitors: 23,203